อยากได้เพลงแบบไหนแต่ไม่รู้ชื่อแนวเพลง? วิธีเขียนบรีฟเสียงเพลงส่วนตัว
DedicatieMuzicala ·

ถ้าคุณรู้ว่าอยากให้เพลงรู้สึกอย่างไร แต่ไม่รู้จะเรียกแนวเพลงว่าอะไร ให้บรรยายด้วย 4 ช่องแทนชื่อแนวเพลง: พลังงาน เนื้อสัมผัสหรือเครื่องดนตรี เสียงร้อง และสิ่งที่อยากหลีกเลี่ยง วิธีนี้ช่วยเปลี่ยนคำว่า “อบอุ่นแต่ไม่เศร้า” หรือ “สนุกแต่ไม่เว่อร์” ให้เป็นทิศทางเสียงเดียวที่นำไปใช้สร้างเพลงได้
บรีฟเสียงเพลง 4 ช่องที่คัดลอกไปใช้ได้
คัดลอกแบบนี้แล้วเติมคำของคุณเอง: พลังงาน — [ช้า/ไม่เร่งรีบ/ลอยตัว/คึกคักอย่างพอดี] เนื้อสัมผัสและจุดเด่นของเสียง — [โปร่ง/แน่น/เครื่องสายเบา ๆ/เบสกลม/จังหวะกลองคม] เสียงร้อง — [ชัด/อบอุ่น/ใกล้ชิด/นุ่ม/มีพลัง] สิ่งที่ไม่ต้องการ — [ไม่ยิ่งใหญ่เกินไป/ไม่หม่น/ไม่เร่ง/ไม่ดราม่าหนัก]
อย่าใส่คำขัดกันหลายชุดจนไม่รู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด เช่น “ช้าแต่เต้นแรงและเงียบมาก” ให้เลือกทิศทางหลักหนึ่งอย่าง แล้วเติมรายละเอียดที่ช่วยสนับสนุนทิศทางนั้น หากมีหลายความต้องการ ให้เขียนลำดับความสำคัญไว้ก่อนสร้างเพลง
เลือกคำจากความรู้สึกและความเคลื่อนไหว
อารมณ์กับพลังงานไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เพลงอาจอบอุ่นแต่มีพลัง หรือคิดถึงแต่เดินหน้าได้ คำที่ช่วยบอกอารมณ์ ได้แก่ ไตร่ตรอง อ่อนโยน สดใส ภูมิใจ ขี้เล่น และปลอบโยน ส่วนคำที่ช่วยบอกพลังงาน ได้แก่ ไม่เร่งรีบ ลอยตัว เบิกบาน คึกคัก หนักแน่น และพุ่งไปข้างหน้า
ใช้คำเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น: สงบแทนที่จะหม่น, เบิกบานแทนที่จะครึกครื้น, โปร่งแทนที่จะแน่น, นุ่มแทนที่จะอ่อนแรง, ชัดเจนแทนที่จะตะโกน คำเหล่านี้เป็นแนวโน้มของเสียง ไม่ใช่คำรับประกันว่าการบันทึกจะออกมาตรงทุกประการ
ตัวอย่างทิศทางเสียง 3 แบบ
ขอบคุณอย่างเงียบ ๆ: “อบอุ่น สงบ และใกล้ชิด เครื่องดนตรีน้อยชิ้น มีเปียโนหรือกีตาร์โปร่งเป็นแกน เสียงร้องชัดและจริงใจ ให้พื้นที่กับคำสำคัญ หลีกเลี่ยงจังหวะเร่งและการไต่ระดับใหญ่แบบละคร”
ฉลองเล็ก ๆ แบบเป็นกันเอง: “เบิกบาน ขี้เล่น และลอยตัว จังหวะพอให้ขยับตัวได้ มีเบสกลม กลองเบาแต่คม และเสียงประสานเล็กน้อย เสียงร้องสดใสเป็นธรรมชาติ หลีกเลี่ยงบรรยากาศงานสนามกีฬาหรือความอลังการเกินเหตุ”
ส่งกำลังใจอย่างภูมิใจ: “มั่นคงและมีแสงสว่าง ค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้นโดยไม่กดดัน ใช้กลองที่หนักแน่นพอดี เสียงประสานอุ่น และเสียงร้องชัดมีแรงส่ง หลีกเลี่ยงความเศร้าหนักหรือการเร่งอารมณ์จนฟังเหมือนคำปราศรัย”
จากคำกว้าง ๆ สู่บรีฟที่ใช้งานได้
สมมติว่าเนียกับอีไลเพิ่งทาสีประตูรั้วสวนสีเหลืองในลานอิฐเล็ก ๆ ของบ้าน ทั้งคู่ดีใจและภูมิใจ แต่เป็นความสำเร็จธรรมดาที่อยากฉลองกันเอง ไม่ใช่เพลงปลุกใจระดับเวทีใหญ่ คำว่า “เพลงสนุก ๆ ภูมิใจหน่อย แต่ไม่เว่อร์” ยังเปิดกว้างเกินไป
เขียนใหม่ได้ว่า: “พลังงานเบิกบานแบบผ่อนคลาย มีจังหวะลอยตัวและขยับได้เล็กน้อย ใช้เบสกลม กลองเบาใส และเครื่องดนตรีที่ไม่แน่นเกินไป เสียงร้องผู้ใหญ่ชัด อบอุ่น และมีรอยยิ้มในน้ำเสียง ให้ความรู้สึกภูมิใจกับงานที่ทำร่วมกัน หลีกเลี่ยงเพลงปลุกใจขนาดใหญ่ การไต่ระดับดราม่า และเสียงประสานที่หนาเกินไป” รายละเอียดนี้บอกทั้งสิ่งที่ต้องการและขอบเขตของเพลงในประโยคเดียว
นำบรีฟไปใช้ตอนสร้างเพลง
ในหน้าสร้างเพลง ให้เลือกตัวเลือกสไตล์เพลงที่ใกล้เคียงที่สุดก่อน หากไม่มีตัวเลือกที่ตรง ให้ใช้ช่องสไตล์เพลงแบบกำหนดเองแล้ววางบรีฟที่เขียนไว้ คุณไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อแนวเพลง ขอเพียงระบุพลังงาน ลักษณะเสียง เสียงร้อง และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างชัดเจน
ตัวเลือกน้ำเสียงของเนื้อร้องเป็นคนละส่วนกับสไตล์ดนตรี คำว่า “จริงใจ” ในช่องเนื้อร้องไม่ได้แปลว่าจะได้เสียงบันทึกที่ช้าหรือเบาโดยอัตโนมัติ หลังสร้างแล้ว ให้ถามตัวเองว่าเพลงตีความความสำคัญอันดับหนึ่งได้หรือไม่ เช่น ความอบอุ่น ความขี้เล่น หรือความภูมิใจ หากยังมีหลายทิศทาง ให้แก้เพียงจุดสำคัญที่สุดในการลองครั้งถัดไป
ตัวอย่างสมมติ
ตัวอย่างสมมติ: ประตูรั้วสีเหลืองของเนียกับอีไล
เนียกับอีไลเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้เวลาช่วงบ่ายช่วยกันทาสีประตูรั้วไม้สีเหลืองในลานอิฐเล็ก ๆ หลังบ้าน แสงแดดตกลงบนกระถางต้นไม้และรอยสีที่ยังใหม่ เนียถือแปรง ส่วนอีไลกำลังเช็ดหยดสีตรงขอบประตู ทั้งคู่มองผลงานแล้วหัวเราะเบา ๆ พวกเขาไม่ได้จัดงานฉลองใหญ่ แค่อยากเก็บความรู้สึกว่าบ้านดูสดใสขึ้นเพราะลงมือทำด้วยกัน เนียจึงอยากได้เพลงที่ฟังภูมิใจ ขี้เล่น และมีแรงลอยตัวเล็กน้อย โดยไม่กลายเป็นเพลงปลุกใจยิ่งใหญ่
แดดบ่ายแตะรั้วสีเหลืองของเรา ปลายแปรงยังมีรอยสีติดอยู่ เธอเช็ดขอบประตู ฉันหัวเราะเบา ๆ งานเล็ก ๆ กลับส่องแสงกว่าที่คิด เราไม่ได้มีเวทีหรือเสียงปรบมือ มีเพียงสองมือที่ช่วยกันจนเสร็จ บ้านดูสดใสขึ้นทีละนิด เหมือนรอยยิ้มที่เราทาสีไว้ วันนี้ภูมิใจแบบไม่ต้องดัง แค่ประตูสีเหลืองกับเราสองคน
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าไม่รู้ชื่อแนวเพลง ควรเขียนอะไรแทน
เขียน 4 อย่างคือระดับพลังงาน ลักษณะเสียงหรือเครื่องดนตรี น้ำหนักของเสียงร้อง และสิ่งที่ไม่ต้องการ เช่น “เบิกบานแต่ผ่อนคลาย เบสกลม กลองเบา เสียงร้องอบอุ่น ไม่เอาความอลังการ”
อารมณ์ของเพลงกับพลังงานต่างกันอย่างไร
อารมณ์บอกว่าเพลงทำให้รู้สึกแบบไหน เช่น อบอุ่นหรือคิดถึง ส่วนพลังงานบอกว่าเพลงเคลื่อนไหวมากน้อยเพียงใด เพลงจึงอบอุ่นและคึกคักพอดี หรือคิดถึงแต่ยังมีแรงเดินหน้าได้
ถ้าบรีฟมีหลายความต้องการจนขัดกันควรทำอย่างไร
เลือกสิ่งสำคัญที่สุดหนึ่งข้อก่อน เช่น ต้องการความอบอุ่นมากกว่าความคึกคัก แล้วใช้รายละเอียดอื่นสนับสนุนข้อนั้น พร้อมระบุสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้ทิศทางของเพลงไม่กระจาย